แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพักผ่อน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพักผ่อน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เล่นกล้ามมันดีอย่างไร ? ภาค 2

จะเล่นกล้ามให้มันได้ประโยชน์ก็ต้องเข้าใจข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วในภาคที่ 1 ว่าการเพาะการ (bodybuilding) ใช้หลักการคือออกกำลังกล้ามเนื้อให้เต็มที่จนกล้ามเนื้อรับไม่ไหวมันก็จะเกิดการฉีกขาดที่เส้นใยเล็กๆ (ไม่เล่นจนบาดเจ็บนะครับ) จากนั้นร่างกายจะค่อยๆสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมแข็งแรงกว่าเดิม ทำให้เกิดการเติมโตขึ้นได้ ดังนั้นหลักการสร้างกล้าม (Bodybuilding basic principles) จึงมี 3 หลักสำคัญดังนี้

1. การกิน (Diet) "อยากใหญ่ก็ต้องกินใหญ่ (Eat BIG to be BIG)" ไม่ได้กินหมายความว่ากินเยอะๆ แต่กินอาหารที่มีประโยชน์เยอะ ถูกปริมาณและถูกเวลา (Right time and right amount) หากกินน้อยไปร่างกายก็มีสารอาหารไม่พอใช้ หากมากไปก็จะเก็บสะสมเกิดเป็นไขมัน หากกินติดๆกันหรือห่างไปร่างกายก็จะมีพลังงานเหลือหรือขาดได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรู้ว่าจะต้องกินอะไร กินเท่าไหร่ และกินเมื่อไหร่เพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างกล้ามเนือ (Metabolic) ของร่างการให้สามารถดำเนินไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นักเพาะการต้องมีความรู้เรื่องสารอาหาร (Nutrition) เป็นอย่างดี เพื่อจะสามารถควบคุมการกินของตัวเองได้ พื้นฐานแบ่งออกเป็น แป้งและน้ำตาล (Carbohydrates) โปรตีน (Protein) และไขมัน (Fat and Oil) สัดส่วนการบริโภคอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสำนักสอนกันมา อย่างไรก็ตามเราต้องปรับเองให้เหมาะสมกับตัวเราเอง เพราะร่างกายแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากมีความรู้เยอะมากรายละเอียดต่างๆจะค่อยๆแนะนำในบทความต่อๆไปครับ

2. การผักผ่อน (Resting) การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การฝึกเพราะเป็นเวลาที่ร่างกายจะได้สร้างกล้ามเนื้อที่ถูกทำลายไปจากการฝึก "หากขาดการพักผ่อนกล้ามเนื้อจะถูกทำลายไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็จะอ่อนแอลง" หรือภาษาหนังจีนเรียกว่า "วรยุทธ์ถูกทำลาย" ไปได้ ดังนั้น นักเพาะกายจึงใช้วิธีแบ่งร่างการออกเป็นส่วนๆสำหรับการฝึกในแต่ละวัน เพื่อให้ส่วนที่ได้รับการฝึกหนักไปแล้วได้มีการฟื้นตัวขึ้น โดยวิธีการแบ่งนั้นมีมากมายหลายสำนักซึ่งจะได้เขียนกันต่อในภาคต่อๆไปครับ

3. การฝึก (Training) หรือเวอร์เอ้าท์ (Workout) หรือรีซิสแทนซ์เอ็กเซอร์ไซด์ (Resistance exercise) คือการออกกำลังการเพื่อทำลายกล้ามเนื้ออย่างที่กล่าวไปนั่นเอง ก่อนอื่นจำเป็นมากที่ผู้เริ่มต้นจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกคือมักจะเข้าใจผิดว่าจะกล้ามโตต้องพยายามยกน้ำหนักมากๆ ข้อเท็จจริงคือ...นักเพาะกายกับนักยกน้ำหนัก (Bodybuilder and Weight lifter) นั้นแตกต่างกัน "นักยกน้ำหนักเน้นไปที่การยกน้ำหนักอย่างไรให้ได้มากที่สุด แต่นักเพาะกายเน้นไปที่ยกน้ำหนักอย่างไรให้กล้ามเนื้อเป้าหมายต้องแบกรับภาระมากที่สุด" ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจเกี่ยวกับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆในร่างกาย และ จำเป็นที่จะต้องเข้าใจท่าฝึกพื้นฐานที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อเหล่านั้น

หลักพื้นฐาน 3 ประการนี้เป็นรากความเข้าใจสำคัญมากในการพัฒนากล้ามเนื้อตามหลักวิทยาศาสตร์และเป็นพื้นฐานในการพัฒนาต่อยอดไปสู่การเล่นกล้ามด้วยเทคนิคขั้นสูงขึ้นต่อไปครับผม

อ้างอิง
1.  http://www.bodybuilding.com/fun/doyon1.htm